วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ร่าย:ตอนที่ 8 พระนเรศวรทรงปรึกษายุทธวิธีเอาชนะศึก

ตอนที่ ๘ พระนเรศวรทรงปรึกษายุทธวิธีเอาชนะศึก
 
โคลง๔   ๏ปางอุภัยภูเบศเบื้อง             บูรพ์ถวัลย  ราชย์แฮ
เรียบพิริยพลพรรค์                พรั่งพร้อม
เจียนจวบรวิวรรณ                 ร่างเรื่อ  แลฤๅ
ทวยทิชากรน้อม                    นอบนิ้วเสนอทูล   ฯลฯ
๏ เชิญไท้ยูรยาตรเต้า             เตียงสนาน
ถวายมุทธาภิสิตธาร               เพรียกพร้อง
ศิวเวทวิษณุบรรสาน              สังข์โสรจ  สรงแฮ
มหรทึกครึกเครงก้อง           เกริกหล้าหวั่นไหว  ฯลฯ
(ร่าย)       ฝ่าย ชีพ่อทวิชาชาติ ราชปุริโสดม พรหมพิทยาจารย์ เบิกโขลนทวารโดยกระทรวง ปวงละว้าเช่นไก่ ไขว่สรวงพลีผีสาง พลางธส่งแสงอาชญา แต่หลวงมหาวิชัย ใจทระนงองอาจ ยาตรตัดไม้ข่มนาม ตามตำรับไสยเพท บัดนฤเบศทรงสดับ เสียงปืนทัพแย้งยุทธ์ สุดอำเภอเลอไสต โปรดโองการธใช้ ให้หมื่นทิพเสนา เห็จอาชาเร็วรีบ ถีบไปสืบเอาการ เขารับสารขึ้นม้า ควบบช้าบหึง ถึงที่ทวยพลทัพ รับพลางถอยพลางล่ามอญพม่าตามติด ประชิดไล่อลวน ผจญรับอลหม่าน ผ่านท้องท่งท้องนา ดามาโดยแดนผลู ดูคะคลาคะคล่ำ บ่รู้กี่ส่ำสับสน เขาเอาตนหมื่นหนึ่งมา ซึ่งเนาในกองทัพ กลับม้านำมาเฝ้า จึ่งพระพุทธเจ้าอยู่หัว ตรัสถามตัวหมื่นพล เยียใดกลจึ่งพ่าย เขาจำหน่ายเหตุสนอง ว่าเผือผองผาดผ้าย ท้ายดอนเผาธัญญา พอนาฬิกาหนึ่งนับ ปะทะทับดัสกร เข้าราญรอมรุมรุก คลุกคลีกันหนักหนา ปวงปัจจามิตรมาก หลากทุกคราทุกครั้ง ตั้งตนต่อบมิคง ตรงตนต่อบมิหยุด เหลือจักยุทธ์จึ่งลาด ครั้นพระบาทยินสาร ธก็บรรหารตระบัด ตรัสปรึกษาหาเลศ แห่งเหตุเพโทบาย ถ้วนทุกนายทุกมุล ทั่วทุกขุนหมู่มาตย์ คาดความคิดทั้งมวล ควรยศใดใครเห็น จักเข่นเข็ญให้มอด จักขอดเข็ญให้ม้วย ด้วยถ่ายเทเล่ห์ไหน วานเขือไขอย่าอำ เขาขานคำท่านถาม สงครามครานี้หนัก เชิญเสด็จพักพลหมั้น แต่งทัพซั้นไปหน่วง ถ่วงศึกไว้จงหนา รามือลงก่อนไสร้ ไว้สักครั้งรั้งรอ พอได้ทีจึ่งยาตร ยกพยุหบาตรออกราญ เห็นควรการชัยชอบ ธก็ตรัสตอบมนตรี ตรองคดีดูแผก ฝ่ายเราแตกย่นยับ จักส่งทัพไปทาน พอพลอยฉานสองซ้ำ ค้ำบอยู่บหยุด ชอบถอยทรุดอย่ารั้ง ให้ศึกพลั้งเสียเชิง โดยละเลิงใจอาจ ยาตรตามติดผิดขบวน ควรเรายกออกโรม โหมหักหาญราญรงค์ คงชำนะเศิกไสร้ ได้ด้วยง่ายด้วยงาม เขายินความยลชอบ นอบประณตแด่ไท้ ธให้หมื่นทิพเสนา กับหมื่นราชามาตย์ เหินหัยราชรีบร้อน ไปเตือนต้อนกองนา เร็วเร่งล่าอย่ารั้ง ทวยพหลทั่วทั้ง ทราบข้อบรรหาร ท่านนา     
โคลง๒   ๏ บนานต่างตนผ้าย               ไปบ่รอรั้งท้าย
           ถี่เท้าผาดผัง  มานา
  ๏ ผันหลังแล่นแผ่ผ้าน              บมีผู้อยู่ต้าน
 ต่อสู้สักตน  หนึ่งนา   ฯลฯ
โคลง๓   ๏ พวกพลทัพรามัญ               เห็นไทยผันหนีหน้า
 ไปบ่หยุดยั้งช้า                       ตื่นต้อนแตกฉาน  น่านนา
๏ ไป่แจ้งการแห่งเล่ห์            เท่ห์กลไทยใช่น้อย
ต่างเร่งติดเร่งต้อย                  เร่งเต้าตีนตาม  มานา
๏ แลหลังหลามเหลือนับ       บเป็นทัพเป็นขบวนแท้
         ถวิลว่าพ่ายจริงแล้                  ไล่ล้ำระส่ำระสาย  ยิ่งนา
๏ หมายละเลิงใจอาจ             ประมาทประมาณหมิ่นหมั้น
          เบาเร่งเบาเชิงชั้น                  ชื่นหน้ามาสรลม  สรลอนนา

ร่าย:ตอนที่ 7 พระมหาอุปราชทรงปรึกษาการศึกแล้วยกทัพเข้าปะทะทัพหน้าของไทย

ตอนที่ ๗ พระมหาอุปราชทรงปรึกษาการศึกแล้วยกทัพเข้าปะทะทัพหน้าของไทย

(ร่าย)       ฝ่าย กองตระเวนรามัญ อันขุนศึกธใช้ ให้เอาม้ามาลาด คอยข่าวราชริปู ดูทัพชาวพระนคร จักออกรอนออกรบ จักออกทบออกทาน เอากาการมาบอก แม้บออกต่อติด จักประชิดเมืองถึง จึงสมิงอะคร้านขุนกอง รองสมิงเป่อปลัดทัพ กับสมิงซายม่วน ทั้งสามด่วนเดินพล พวกพหลหมู่ม้า ห้าร้อยมามองความ ยลสยามยาตราทัพ อยู่ท่ารับรายค่าย ขอบหนองสหร่ายเรียบพยูห์ ดูกองหน้ากองหลวง แลทั้งปวงทราบเสร็จ เร็วระเห็จไปทูล แด่นเรศรอุปราช ครั้นพระบาทได้สดับ ธ ก็ทราบสรรพโดยควร ว่านเรศวรกษัตรา กับเอกาทศรุถ ยกมาแย่งรงค์ แล้วพระองค์ตรัสถาม สามสมิงนายกอง ถ้าจักประมาณพลไกร สักเท่าใดดูตระหนัก ตรัสซ้ำซักเขาสนอง ว่าพลผองทั้งเสร็จ ประมาณสิบเจ็ดสิบแปดหมื่น ดูดาษดื่นท่งกว้าง ครั้นเจ้าช้างทรงสดับ ธก็ตรัสแก่ขุนทัพขุนกอง ว่าซึ่งสองกษัตริย์กล้า ออกมาถ้ารอรับ เป็นพยุหทัพใหญ่ยง คงเขาน้อยกว่าเรา มากกว่าเขาหลายส่วน จำเราด่วนจู่โจม โหมหักเอาแต่แรก ตีให้แยกย่นย่อย ค่อยเบาแรงเบามือ เร็วเร่งฮือเข้าห้อม ล้อมกรุงเทพทวารัติ ชิงเอาฉัตรตัดเข็ญ เห็นได้เวียงโดยสะดวก แล้วธสั่งพวกขุนพล เทียบพหลทุกทัพ สรรพแต่ยามเสร็จ ตีสิบเอ็ดนาฬิกา จักยาตราทัพขันธ์ กันเอารุ่งไว้หน้า เร็วเร่งจัดอย่าช้า พรุ่งนี้เช้าเราตี เทอญนา
โคลง๔   ๏ เสนีรับถ้อยท่าน                  ทุกตน
                ต่างเร่งตรวจเตรียมพล          ทุกผู้
                พลหาญหื่นหนรณ               เริงร่าน อยู่แฮ
                คอยจักขับเคี่ยวสู้                เข่นเสี้ยนศึกสยาม
                ๏ ครั้นยามสิบเอ็ดแล้ว          เวลา ลุเอย
                องค์อัครอุปราชา                 หน่อไท้
                โสรจสรงรสธารา                 รวยรื่น ฉมนา
                เฉลิมวิเลปน์ลูบไล้                เฟื่องฟุ้งเสาวคนธ์   ฯลฯ
                ๏ ภูเบนทร์บ่ายบาทขึ้น         เกยหอ
                ขี่คชชื่อพัทธกอ                     กาจกล้า
                บ่เข็ดบ่ขามขอ                       เขาเงือด เงื้อแฮ
                มันตกติดหลังหน้า                 เสือกเสื้องส่ายเสย ฯลฯ
(ร่าย)       ส่วน พระยาศรีไสยณรงค์ สองขุนคงควบทัพ กับพระราชฤทธานนท์ ทราบอนุสนธิสั่งไท้ ธให้ยาตรยกโยธี ออกโจมตีตัดศึก แต่ยามดึกเดินพล เร่งขวายขวนเตรียมทัพ สรรพห้าหมื่นโดยมี ตนพระยาศรีขี่คช ปรากฏชื่อมาตงค์ พลายสุรงคเดชะ เมืองสิงหะปีกขวา ออกญาสรรค์ปีกซ้าย เห็จคชผ้ายทุกมูล ขุนผู้คู่กำกับ เป็นทัพหลั่งพรั่งพฤนท์ ขี่คชินทรพาหะ นามชนะจำบัง รังปีกป้องกองขวา พระยาวิเศษชัยชาญ ขุนหาญปีกอุดร เจ้านครชัยนาท กองหน้าอาจโจมประจัญ ให้พระยาสุพรรณผ้ายพยู่ห์ ผู้ปีกซ้ายเมืองธน ทัพเมืองนนท์ปีกขวา ตรีเสนาเก้ากอง ลำลองเหล่าอาสา ส่ำศาสตราครบมือ ถือกระลับกระลอก หอกดาบปืนและสาร แสนยาหาญแน่นขนัด รัดเร่งเท้าเร่งเทา โดยลำเนาลำดับ ถับถึงโคกเผาเข้า พอยามเช้ายังสาย หมายประมาณโมงครบ ประทบทัพรามัญ ประทันทัพพม่า ขับทวยกล้าเข้าแทง ขับทวยแขงเข้าฟัน สองฝ่ายยันยืนยุทธ์ อุดอึงโห่เอาฤกษ์ เอิกอึงโห่เอาชัย สาดปืนไฟยะแย้ง แผลงปืนพิษยะยุ่ง พุ่งหอกใหญ่คะคว้าง ขว้างหอกชักคะไขว่ ไล่คะคลุกบุกบัน เงื้อดาบฟันฉะฉาด ง่าง้าวฟาดฉะฉับ ขับปีกซ้ายเข้าดา ขับปีกขวาเข้าแดก แยกกันออกโรมรัน ปักกันออกโรมรณ ทนสู้ศึกบ่มิลด อดสู้ศึกบ่มิลาด อาจต่ออาจเข้ารุก อุกต่ออุกเข้าร่า กล้าต่อกล้าชิงบั่น กลั่นต่อกลั่นชิงรอน ศรต่อศรยิงยืน ปืนต่อปืนยิงยัน กุทัณฑ์ต่างตอบโต้ โล่ต่อโล่ต่อตั้ง ดั้งต่อดั้งต่อติด เขนประชิดเขนสู้ ต่าวคู่คู่ต่าวต่อ หอกหันร่อหอกรับ ง้าวง่าจับง้าวประจัญ ทวนผัดผันทวนทบ รบอลวนอลเวง ต่างบเกรงบกลัว ตัวต่อตัวชิงมล้าง ช้างต่อช้างชิงชน คนต่อคนต่อรบ ของ้าวทบทะกัน ต่างฟันต่างป้องปัด วางเสนัดหลังสาร ขานเสียงศึกกึกก้อง ว่องต่อว่องชิงชัย ไวต่อไวชิงชนะ ม้าไทยพะม้ามอญ ต่างเข้ารอนเข้าโหม ทวนแทงโถมทวนทบ หอกเข้ารบรอหอก หลอกล่อไขว่แคล้ว แย้งธนูเหนี่ยวน้าว ห้าวต่อห้าวหักหาญ ชาญต่อชาญหักเชี่ยว เรี่ยวต่อเรี่ยวหักแรง แขนต่อแขนหักฤทธิ์ ต่างประชิดฟอนฟัน ต่างประชันฟอนฟาด ล้วนสามารถมือทัด ล้วนสมรรถมือทาน ผลาญกันกันลงเต็มหล้า ผร้ากันลงเต็มแหล่ง แบ่งกันตายลงครัน ปันกันตายลงมาก ตากเต็มท่งเต็มเถื่อน ตากเต็มเผื่อนเต็มพง ที่ยังคงบมิยู่ ที่ยังอยู่บมิหย่อน ต่างต่อกรฮึดฮือ ต่างต่อมือฮึกฮัก หนักหนุนแน่นมาหนา ดาหนุนแน่นมาดาษ บ่รู้ขยาดย่อทัพ บ่รู้ขยับย่อศึก คะศึกเข้าต่อแกล้ว คะแคล้วเข้าต่อกล้า ต่างชิงฆ่าชิงหั่น ต่างชิงบั่นชิงฟัน ปันกันยิงกันแผลง ปันกันแทงกันพุ่ง ยอยุทธ์ยุ่งบ่มิแตก แยกยุทธ์แย้งบ่มิพัง ทวยหน้าหลังต้อนผ้าย ทวยขวาซ้ายต้อนพล เข้าผจญจู่โจม โหมหักหาญราญรบ ต่างท่าวทบระนับ ต่างท่าวทับระนาด บ้างตนขาดหัวหวิ้น บ้างขาดิ้นแขกเด็ด บอยากกระหนาบหน้าหลัง ไทยประนังน้อยแง่ แผออกรลบมิรอด ถอดถอยท้อรอรับ มอญขยับยกตาม หลากเหลือล้นพลเต้า เสียงปืนตึงตื่นเร้า เร่งครื้นเครงครึก อยู่นา
โคลง๒   ๏ พันลึกล่มลั่นฟ้า                      เฉกอสุนีผ่าหล้า
                แหล่งเพี้ยงพก แลนา
                ๏ ดังตรลบโลกแล้                   ฤๅบ่ร้างรู้แพ้
                ชนะผู้ใดดาล ฉงนนา
                ๏ สองฝ่ายหาญใช่ช้า              คือสีหสู้สีหกล้า
                ต่อแกล้วในกลาง สมรนา

ร่าย:ตอนที่ 6 พระนเรศวรทรงตรวจเตรียมทัพ

ตอนที่ ๖ พระนเรศวรทรงตรวจเตรียมทัพ

(ร่าย)       กษณะ นั้นนเรนทร์ไท้ ธให้โหรหามมหุติฤกษ์ ซึ่งจะเบิกพยุหบาตรา จึ่งพระโหราผู้รู้โศลก หลวงญาณโยคโลกทีป รีบคำนวณทำนาย ถวายพยากรณ์แก่ไท้ ท้าวธได้จัตุรงคโชค อาจปราบโลกลาญรงค์ เชิญบาทบงสุ์เสด็จคลา จากอโยธยายามเช้า เข้ารวิวารมหันต์ วันสิบเอ็ดขึ้นค่ำย่ำรุ่งสองนาฬิกา เศษสังขยาห้าบาท ในบุษยมาสดฤษถี ศรีสวัสดิ์ฤกษ์อุดม บรมนรินทร์ดาลสดับ ธให้ตรวจทัพเตรียมพล โดยชลมารคพยู่ห์ สู่ตำบลปากโมก ครั้นณวันโชควันยาม พยุหสงครามเขาตรวจ ทุกหมู่หมวดสรรพเสร็จ จึ่งสมเด็จภูวนาถ กับบรมราชอนุชา ธก็สรงธาราเสาวรภย์ ตรลบสุคนธกำจร ทรงบวรวิภูษา รัตพัสตราครูเนตร ชายแครงเทศเถือกพร้อย ชายไหวห้อยเห็นเพรา พิศสนับพลายรรยง ฉลองพระองค์แลเลิศ ทับทรวงเพริศพรายพริ้ง สะอิ้งรัตนไพฑูรย์ แก้วเกยูรสวมหัตถ์ แสงนพรัตน์มลังเมลือง เรืองธำมรงค์รุ้งร่วง ช่วงพรรเหาเก้าแก้ว แพร้วพรายนิ้วอัษฎางค์ พลางสองกษัตริย์สวมทรง อลงกตกาญจนมกุฎ แสงเพชรผุดพุ่งแพร้ว แก้เก้ากอบแกมมาศ นาดกรกรายทายธนู ดูสองเจ้าจอมสยาม เฉกลักษณ์รามรอนราพณ์ ปราบอเรนทร์ทุกด้าว พลางบพิตรไทท้าว ท่านเยื้องยังฉนวน น้ำนา ฯลฯ     
                ๏ ครั้นควรพิชัยฤกษ์พร้อม                เพรียงสมัย
โหรคระหึมฆ้องชัย                               กึกก้อง
พฤฒิพราหมณ์พรอกมนตร์ไสย              สังข์เป่า  ถวายนา
           แตรตรลบเสียงซ้อง                          แซ่ซั้นบรรสาน      ฯลฯ
(ร่าย)       พลันขยายพยุหบาตรา คลาเข้าโขลนทวาเรศ สงฆ์สวดชเยศพุทธมนต์ ปรายประชลเฉลิมทัพ ตามตำรับราชรณยุทธ์  โบกกบี่ธุชคลาพล ยลนาวาดาดาษ ดูสระพราศสระพรั่ง คั่งคับขอบคงคา แลมเหาฬาร์พันลึก อธึกท้องแถวธาร ถับถึงสถานปากโมก จึ่งพระจอมโลกลือเดช เสด็จเถลิงนิเวศวังทาง พลางธให้ตรวจเตรียมพล โดยสถลพยุหบาตร บอกพระราชกำหนด กฎแก่ขุนทัพขุนพล จักยกหพลยาตรา ในเวลาล่วงค่ำ ย่ำสิบเอ็ดสามบาท ครั้นเข้าราษตรีสมัย ภูวไนยตรัสตริการ ซึ่งจะรอนราญอริราช ด้วยภิมุขมาตยากร จนจันทรลับเลื่อน เคลื่อนเข้าตติยยาม เจ้าจอมสยามไสยาสน์ เหนือบรมอาสน์ก่องแก้ว คล้ายคล้ายสิบทุ่มแคล้ว ท่านเคลิ้มหลับฝัน ใฝ่นา
โคลง๔   ๏ เทวัญแสดงเหตุให้             สังหรณ์ เห็นแฮ
เห็นกระแสสาคร                   หลั่งล้น
ไหลลบวนาดอน                   แดนตก ทิศนา
พระแต่เพ่งฤๅพ้น                   ที่น้ำหนองสาย
๏ พระกรายกรย่างเยื้อง           จรลี
ลุยมหาวารี                             เรี่ยวกว้าง
พอพานพะกุมภีล์                   หนึ่งใหญ่ ไสร้นา
โถมปะทะเจ้าช้าง                  จักเคี้ยวขบองค์
๏ พระทรงแสงดาบแก้ว        กับกร
โจมประจักฟันฟอน             เฟื่องน้ำ
ต่างฤทธิ์ต่างรบรอบ              ราญชีพ กันแฮ
สระท้านทุกถิ่นท่าถ้ำ             ท่งท้องชลธี
           ๏ นฤบดีโถมถีบสู้              ศึกธาร
          ฟอนฟาดสุงสุมาร             มอดม้วย
สายสินธุ์ซึ่งนองพนานต์        หายเหือด แห้งแฮ
พระเร่งปรีดาด้วย                  เผด็จเสี้ยนเศิกกษัย
          ๏ ทันใดดิลกเจ้า                จอมถวัลย์
สร่างผทมถวิลฝัน                  ห่อนรู้
พระหาพระโหรพลัน            พลางบอก ฝันนา
เร็วเร่งทายโดยกระทู้            ที่ถ้อยตูแถลง
           ๏ พระโหรเห็นแจ้งจบ          ในมูล ฝันแฮ
          ถวายพยากรณ์ทูล                 แต่ไท้
          สุบินบดินทร์สูร                    ฝันใฝ่ นั้นฤๅ
          หากเทพสังหรณ์ให้               ธิราชรู้เป็นกล
         ๏ นุสนธิ์ซึ่งน่านน้ำ                นองพนา สณฑ์เฮย
หนปัจฉิมทิศา                        ท่วมไซร้
 คือทัพอริรา-                         มัญหมู่ นี้นา
สมดั่งลักษณ์ฝันไท้                   ธเรศนั้นอย่าแหนง
           ๏ เหตุแสดงแห่งราชพ้อง      ภัยชลา
         ได้แก่อุปราชา                      เชษฐ์ผู้
         สงครามซึ่งเสด็จครา              นี้ใหญ่ หลวงแฮ
          แท้จักถึงยุทธ์สู้                       ศึกช้างสองชน
         ๏ ซึ่งผจญอริราชด้วย             เดชะ
         เพื่อพระเดโชชนะ                 ศึกน้ำ
         คือองค์อมิตรพระ                  จักมอด เมือเฮย
         เพราะพระหัตถ์หากห้ำ          หั่นด้วยขอคม
         ๏ เบื้องบรมขัตติย์ท่องท้อง     แถวธาร
          พระจักไล่ลุยลาญ                  เศิกไสร้
          ริปูบ่รอราญ                          ฤทธิ์ราช เลยพ่อ
          พระจักชาญชเยศได้              ดั่งท้าวใฝ่ฝัน
โคลง ๒ ๏ ครั้นบดินทร์ดาลได้           สดับพยากรณ์ไท้
             ธิราชแผ้วพูนเกษม
            ๏ เปรมปรีดิ์ปราโมทย์แท้     เพราะพระโหรหากแก้
กล่าวต้องตามฝัน
          ๏ พระพลันทรงเครื่องต้น      งามประเสริฐเลิศล้น
          แหล่งหล้าควรชม ชื่นนา
          ๏ สมเด็จอนุชน้องแก้ว          ทรงสุภาภรณ์แพร้ว
          เพริศพร้อมเพราตา ยิ่งแฮ
(ร่าย)       สอง ขัติยายุรยาตรา ยังเกยราชหอทัพ ขุนคชขับช้างเทียบ ทวยหาญเพียบแผ่นภู ดูมหิมาดาดาษ สระพราศพร้อมโดยขบวน องค์อดิศวรสองกษัตริย์ คอยนฤขัตรพิชัย บัดเดี๋ยวไททฤษฎี พระศรีสารีริกบรมธาตุ ไขโอภาสโศภิต ช่วงชวลิตพ่างยล ส้มเกลี้ยงกลลุก่อง ฟ่องฟ้าฝ่ายทักษิณ ผินแวดวงตรงทัพ นับ คำรบสามครา เป็นทักษิณาวรรตเวียน ว่ายฉวัดเฉวียนอัมพร ผ่านไปอุดรโดยด้าว พลางบพิตรโทท้าว ท่านตั้งสดุดี อยู่นา ฯลฯ
โคลง๔   ๏ พระเปรมปราโมทย์น้อม   วันทนา
         พลางพระทรงไอยรา            ฤทธิ์แกล้ว
          พระคเชนทร์ชื่อไชยา-          นุภาพ พ้นแฮ
อาจเข่นคชศึกแผ้ว              แผกแพ้ทุกภาย
         ๏ พลายปราบไตรจักรอ้าง      เอิกฤทธิ์
          อาจปราบคชทุกทิศ             ทั่วไซร้
เอกาทศรถอิศ-                   วรเสด็จ ทรงนา
นำคเชนทเรศไท้                  ธิราชเจ้าจอมสยาม ฯลฯ

ร่าย:ตอนที่ 5 สมเด็จพระนเรศวรทรงเตรียมการสู้ศึกมอญ

ตอนที่ ๕ สมเด็จพระนเรศวรทรงเตรียมการสู้ศึกมอญ

(ร่าย)       แล้ว ธบรรหารตระบัด ว่าเราจัดจตุรงค์ จะไปยงยอยุทธ์ ยังกัมพุชพารา ศึกมอญมาชิงควัน กันบให้ไปออก บอกให้เต้าโดยตก ควรจักยกไปยุทธ์ เป็นมหุสสวมหันต์ ปันเอาชัยชิงชื่น แล้วธก็อื้นออกพจน์ พระราชกฎประกาศ แก่เมืองราชบุรี เกณฑ์โยธีห้าร้อย คะค้อยไปซุ่มซ่อน ดูศึกผ่อนพลเดิน ผ่านลำกระเพินโดยสะพาน เพ่งพลหาญเห็นเสร็จ ให้ระเห็จเข้าหั่น บั่นเรือกขาดเป็นท่อน ค่อนพวนขาดเป็นทุ่น เถกิงกรานกรุ่นพลวกเผา อย่าให้เขาจับได้ เขากระดั่งไท้ ธิราชเอื้อนโองการ สั่งนา
โคลง๔   ๏ นฤบาลสารเสร็จอ้าง           ไป่ทัน  หึงแฮ
                  ถับทูตทุกเขตขัณฑ์             ด่านด้าว
                สิงห์สรรค์สุพรรณบรร-          ลุถิ่น  ท่านนา
เขาเร่งนำเฝ้าท้าว                      ถั่งถ้อยแถลงทูล
                 ๏ บดีศูรสั่งให้อ่าน                สารา
                พระราชรับบัญชา                  ท่านไซร้
 แถลงลักษณะทุกธา-               นีบอก  มานา
เสนอยุบลข่าวใกล้                     ศึกตั้งในแดน
                ๏ บัดมอญแล่นม้าลาด           เลยแขวง
วิเศษชัยชาญแสดง                      ข่าวซ้ำ
เขานำอักษรแถลง                     ถวายดับ  นั้นนา
พระเร่งชื่นฤๅช้ำ                       ที่ข้อเข็ญความ
๏ จอมสยามขามศึกไซร้           ไป่มี
บานกลเปรมปรีดิ์                    ปราบเสี้ยน
สองสุริยกษัตริย์                     ตรัสต่อ  กันแฮ
หาเลศมลายศึกเหี้ยน              หั่นห้าวหายคม
๏ สมเด็จเผยโอษฐ์อื้น            ปรึกษา
แด่ภิมุขมาตยา                        ทั่วผู้
จักโรมอริรา-                         มัญเมื่อ  นี้แฮ
รับที่ถิ่นฤๅสู้                           นอกไซร้ไหนควร
๏ ทั้งมวลหมู่มาตย์ซ้อง           สารพลัน
ทูลพระจอมจรรโลง               เลื่องหล้า
แถลงลักษณะปางบรรพ์           มาเทียบ  ถวายแฮ
แนะที่ควรเสด็จค้า                   เศิกไซร้ไกลกรุง ฯลฯ
                ๏ โทไท้ทรงสดับถ้อย          ทูลถวาย
ถูกหฤทัยท่านผาย                  โอษฐ์พร้อง
สูตริก็ตรงหมาย                     เหมือนตริ  ตูนา
ตริบ่ต่างกันต้อง                     ต่อน้ำใจตู
๏ ภูธรสั่งให้เทียบ                  โยธี  ทัพแฮ
ห้าหมื่นหมายบัญชี                เรียกได้
เกณฑ์เมืองจัตวาตรี               ไตรตรวจ  เอานา
ยี่สิบสามเมืองใต้                    เตรียบตั้งต่อฉาน
                ๏บรรหารให้จัดผู้              อาจอง
เอาพระศรีไสยณรงค์               ฤทธิ์ห้าว
เป็นจอมพยุหยง                     ไปยั่ว  ยุทธแฮ
นำนิกรทัพท้าว                      ออกร้ารอนเข็ญ
                ๏ พระเห็นจักเปลี่ยวข้าง      ขุนพล
เยียวบ่มีเพื่อนผจญ                 จึ่งใช้
พระราชฤทธานนท์                 หนึ่งช่วย  กันนา
เป็นปลัดทัพให้                      ศึกสู้ทั้งสอง
๏ กองหน้านฤนาทตั้ง             เสร็จสาร  สั่งแฮ
เร็วเร่งห้ำหั่นหาญ                   หักกล้า
บ่แตกต้านทาน                      มันรอด  ไซร้ฤๅ
กูจักออกโรมร้า                      ศึกร้ายภายหลัง
๏ ทั้งสองรับถ้อยท่าน              ทูลลา  แลเฮย
ยกพยุหแสนยา                       ย่างย้าย
โดนแดนทุกราธวา                  วายถิ่น
ถึงนี่หนองสาหร่ายท้าย            ทุ่งกว้างทางหลวง
                ๏ ปวงทัพปลูกค่ายสร้าง       กลางสมร
ภูมิพยุหไกรสร                        ศึกตั้ง
เสนาพลากร                           ต่างรื่น  เริงแฮ
                คอยจักยอยุทธ์ยั้ง             อยู่ถ้าทางเข็ญ

ร่าย:ตอนที่ 4 สมเด็จพระนเรศวรทรงปรารภเรื่องตีเมืองเขมร

ตอนที่ ๔ สมเด็จพระนเรศวรทรงปรารภเรื่องตีเมืองเขมร

โคลง๔   ๏ ปางนั้นนฤเบศเบื้อง           บูรพา ภพแฮ
                เฉลิมพิภพอโยธยา             ยิ่งผู้
                พระเดชดั่งรามรา-              ฆพเข่น เข็ญเฮย
                ออกอเรนทร์รั่วรู้                   เร่งร้าวราญสมร
                ๏ ภูธรสถิตท้อง                     โรงธาร ท่านฤๅ
                เถลิงภิมุขพิมาน                     มาศแต้ม
                มนตรีชุลีกราน                      กราบแน่น เนืองนา
                บัดบดีศวรแย้ม                      โอษฐ์เอื้อนปราศรัย
                ๏ ไต่ถามถึงทุกข์ถ้อย            ทวยชน
                ต่างสนองเสนอกล                แก่ท้าว
                พระดัดคดีผล                         ใดเยี่ยง ยุกดิ์นา
                เย็นอุระฤๅร้าว                       ราษฎร์ร้อนห่อนมี
                ๏ นฤบดีดำรัสด้วย                 การยุทธ์
                ซึ่งจักยอกัมพุช                      แผ่นโพ้น
                พลบกยกเอาอุต-                    ดมโชค ชัยนา
                นับดฤษถีนี้โน้น                    แน่นั้นวันเมือ
                ๏ พลเรือพลรบท้อง              ทางชลา
                เกณฑ์แต่พลพารา                 ปักษ์ใต้
                ไปตีพุทไธธา-                        นีมาศ เมืองเฮย
                ตีป่าสักเสร็จให้                      เร่งล้อมขอมหลวง
                ๏ พระห่วงแต่เสี้ยน               อัสดง
                เกรงกระลับก่อรงค์               รั่วหล้า
                คือใครจักคุมคง                     ควรคู่ เข็ญแฮ
                อาจประกันกรุงถ้า                   ทัพข้อยคืนถึง
                ๏ พระพึงพิเคราะห์ผู้             ภักดี ท่านนา
                คือพระยาจักรี                        กาจแกล้ว
                พระตรัสแด่มนตรี                    มอบมิ่ง เมืองเฮย
                กูจักไกลกรุงแก้ว                 เกลือกช้าคลาคืน
                ๏ เยียวพื้นภพแผ่นด้าว          ตกไถง
                ริพิบัติพูนภัย                          เพิ่มพ้อง
                สูกันนครใจ                           ครอเคร่า กูเฮย
                กูจักพลันคืนป้อง                 ปกหล้าแหล่งสยาม
                ๏ สงครามพึ่งแผกแพ้             เสียที
                แตกเมื่อต้นปีไป                    ห่อนช้า
                บร้างกระลับมี                       มาขวบ นี้เลย
                มีก็มีปีหน้า                             แน่แท้กูทาย
                ๏ ทั้งหลายสดับถ้อยท่าน      บรรหาร หนเฮย
                ยังบ่เยื้อนสนองสาร               ใส่เกล้า
                บัดทูตนครกาญ-                    จนถับ ถึงแฮ
                พระยาอามาตย์นำเฝ้า             บอกเบื้องเคืองเข็ญ ฯลฯ
โคลง๒   ๏ พระเปรมปราโมทย์ไซร้          ซึ่งบดินทร์ดาลได้
                สดับเบื้องบอกรงค์
                ๏ ธให้หาองค์น้องท้าว          แถลงยุบลเหตุห้าว
                ท่านแจ้งทุกอัน แลนา

ร่าย:ตอนที่ 3 พระมหาอุปราชายกทัพเข้าเมืองกาญจนบุรี

ตอนที่ ๓ พระมหาอุปราชายกทัพเข้าเมืองกาญจนบุรี

โคลง๒   ๏ ยกพลผ่านด่านกว้าง           เสียงสนั่นม้าช้าง
                กึกก้องทางหลวง
                ๏ ปวงประนมนบเกล้า          งามเสงียมเฟื้ยมเฝ้า
                อยู่ถ้าทูลสนอง
                ๏ ล่วงลุด่านเจดีย์               สามองค์มีแห่งหั้น
                แดนต่อแดนกันนั้น ฯลฯ

โคลง๔   ๏ มาเดียวเปลี่ยวอกอ้า           อายสู
                สถิตอยู่เอ้องค์ดู                ละห้อย
                พิศโพ้นพฤกษ์พบู               บานเบิก ใจนา
                พลางคะนึงนุชน้อย               แน่งเนื้อนวลสงวน ฯลฯ
                ๏ สลัดไดใดสลัดน้อง           แหนงนอน ไพรฤๅ
                เพราะเพื่อมาราญรอน           เศิกไสร้
                สละสละสมร                       เสมอชื่อ ไม้นา
                นึกระกำนามไม้                     แม่นแม้นทรวงเรียม ฯลฯ
                ๏ สายหยุดหยุดกลิ่นฟุ้ง        ยามสาย
                สายบ่หยุดเสน่ห์หาย              ห่างเศร้า
                กี่คืนกี่วันวาย                         วางเทวษ ราแม่
                ถวิลทุกขวบค่ำเช้า                 หยุดได้ฉันใด ฯลฯ
                ๏ พลมอญเมิลมืดท้อง           รัถยา
                อเนกนิกรอาชา                      ชาติช้าง
                ทวนทองเถือกทอตา             เปลือยปลาบ
                เทียวธวัชแลสล้าง                 เฟื่องฟ้าปลิวปลาย
(ร่าย)       ฝ่าย นครกาญจน จัดพลพวกด่าน ผ่านไปสืบเอาเหตุ ในขอบเขตรามัญ เขาก็พากันรีบรัด ลัดเล็ดลอดเลาะดง ตรงไปทางแม่กษัตริย์ จัดกันซุ่มเป็นกอง มองเอาเหตุเอาผล ยลนิกรรามัญ เดินแน่นนันต์นองเถื่อน เกลื่อนมาทั่วออกทิศ หวันก่อกิจดัสกร แก่พระนครตระหนัก เห็นฉัตรปักห้าชั้น กั้นบนเบื้องหลังสาร เขาก็ทราบการโดยขนาด ว่าอุปราชขุนทัพ เร็วรีบกลับมาบอก แดออกญาผ่านเผ้า เจ้านครกาญจนบุริน ยินยุบลข่าวศึก พิลึกลาญขวัญ แหลกแสกกมลทะท้าว ร้าวอุระขุนเมือง เคืองใจราษฎร์ทุกผู้ รู้ตรลอดไพร่นาย เขาทั้งหลายตริกัน ขวัญเกี่ยงกินเผือนเผือด เลือดสลดหมดหน้า บเห็นถ้าต่อรบ รู้ว่าทบบมิทาน รู้ว่าราญบมิรอด คิดเททอดครัวแตก แหกหนีหน้าอย่าพะ เขามละบ้านเมือง เปลืองเปล่าผู้หมู่ชน ชวนกันซนกันซุก บุกป่าดงป่าแดง แฝงเอาเหตุเอาผล ยลกระแหน่เศิกไสร้ เพื่อลงลักษณะให้ ส่งท้าวแถลงความ ท่านนา
                ๏ ชาวสยามคร้ามเศิกสิ้น       ทั้งผอง
                นายและไพร่ไป่ปอง             รบร้า
                อพยพหลบหลีกมอง             เอาเหตุ
                ซุกซ่อนห่อนให้ข้า                ศึกได้ไปเป็น
(ร่าย)        ส่วน นเรนทรสมญา มหาอุปราชรามัญ ธก็ให้ผันพลผ้าย ย้ายมาโดยทางเถื่อน ทัพหน้าเคลื่อนพลเดิม ลุลำกระเพินบมิหึง จึ่งพระยาจิดตอง ให้พลกรองเวฬู ปูเป็นสะพานผ่านชล เร่งเดินพลข้ามฟาก มากนิกรคั่งคาม พวกชาวสยามเห็นตระหนัก จึ่งลงลักษณ์สารสื่อ ใส่ชื่อทั่วตัวขุน ถ้วนทุกมุลทุกนาย แดออกญามหาด ทูลบัวบาทมหิบาล เขาก็รับสารขึ้นม้า รับมาเร็วฤๅช้า บอกข้อเข็ญความ ท่านนา
โคลง๒   ๏ กองทัพตามกันเต้า             เสียงสนั่นลั่นเท้า
                พ่างพื้นไพรพัง เพิกฤๅ
โคลง๔   ๏ ดลยังเวียงด่านด้าว             โดยมี
                เมืองชื่อกาญจนบุรี             ว่างว้าง
                ผู้ใดบ่ออกตี                       ตอยต่อทัพนา
                ยลแต่เหย้าเรือนร้าง             อยู่ไร้ใครแรม
                ๏ สอดแนมจักจับถ้อย          ไถ่ความ
                ฤๅบ่ได้ชาวสยาม                 สักผู้
                จักสืบจักเสาะถาม                เหตุห่อน รู้แฮ
                รู้ว่าชาวเมืองรู้                     เล่ห์แล้วหลีกหนี
                ๏ ธก็กรีธาทัพเข้า                เนาเมือง
                ประทับอยู่แรมคืนเคือง          สวาทไหม้
                คำนึงนุชไป่เปลือง               จิตท่าน ถวิลนา
                เจ็บอุระราชไข้                     ขุนแค้นคับทรวง
                ๏ ระลวงรำลึกอ้า                  บังอร
                ยลแต่แสงศศิธร                   ถ่องฟ้า
                แสงจันทร์บ่ส่องสมร             หมดเทวษ
                ถวิลบ่ลืมนวลหน้า                 แม่แม้นนวลจันทร์ ฯลฯ
                ๏ พระฝืนทุกข์เทวษกล้ำ       แกล่ครวญ
                ขับคชบทจรจวน                   จักเพล้
                บรรลุพนมทวน                     เถื่อนที่ นั้นนา
                เหตุอนาถหนักเอ้                   อาจให้ชนเห็น
                ๏ เกิดเป็นหมอกมืดห้อง       เวหา หนเฮย
                ลมชื่อเวรัมภา                      พัดคลุ้ม
                หวนหอบหักฉัตรา                 คชขาด ลงแฮ
                แลธุลีกลัดกลุ้ม                      เกลื่อนเพี้ยงจักรผัน
                ๏ พระพลันเห็นเหตุไซร้       เสียงดวง แดเฮย
                ถนัดดั่งภูผาหลวง                 ตกต้อง
                กระหม่ากระเหม่นทรวง       สั่นซีด พักตร์นา
                หนักหฤทัยท่านร้อง              เรียกให้โหรทาย
                ๏ ทั้งหลายล้วนจบแจ้ง          เจนไสย ศาสตร์แฮ
                เห็นตระหนักแน่ใน               เหตุห้าว
                จักทูลบ่ทูลไท                       เกรงโทษ ท่านนา
                เสนอแต่ดีกลบร้าว                  เผด็จเสี้ยนศึกสยาม
                ๏ เหตุนี้ผิวเช้าชั่ว                    ฉุกเข็ญ
                เกิดเมื่อยามเย็นดี                    ดอกไท้
                อย่าขุนอย่าลำเค็ญ                 ใจเจ็บ พระเอย
                พระจักลุลาภได้                     เผด็จเสี้ยนศึกสยาม ฯลฯ
                ๏ ครั้นฟังบพิตรเพี้ยง            ฟังหู หนึ่งนา
                หูหนึ่งแหนงคำสู                    ซึ่งพร้อง
                ไป่ไว้หฤทัยภู-                       ธรพรั่น อยู่นา
                นึกเร่งกริ่งเกรงต้อง               แต่แพ้ดัสกร ฯลฯ
                ๏ สระเทินสระทกแท้            ไทถวิล อยู่เฮย
                ฤๅใคร่คลายใจจินต์               จืดสร้อย
                คำนึงนฤบดินทร์                   บิตุเรศ พระแฮ
                พระเร่งลานละห้อย               เทวษไห้โหยหา
                ๏ อ้าจอมจักรพรรดิผู้            เพ็ญยศ
                แม้พระเสียเอารส                   แก่เสี้ยน
                จักเจ็บอุระระทด                   ทุกข์ใหญ่ หลวงนา
                ถนัดดั่งพาหาเหี้ยน               หั่นกลิ้งไกลองค์
                ๏ ณรงค์นเรศวร์ด้าว              ดัสกร
                ใครจักอาจออกรอน             รบสู้
                เสียดายแผ่นดินมอญ             พลันมอด ม้วยแฮ
                เหตุบ่มีมือผู้-                        อื่นต้านทานเข็ญ
                ๏ เอ็นดูภูธเรศเจ้า                   จอมถวัลย์
                เปลี่ยวอุระราชรัน-                   ทดแท้
                พระชนม์ชราครัน                    ครองภพ พระเอย
                เกรงบพิตรจักแพ้                   เพลี่ยงพล้ำศึกสยาม
                ๏ สงครามครานี้หนัก               ใจเจ็บ ใจนา
                เรียมเร่งแหนงหนาวเหน็บ        อกโอ้
                ลูกตายฤใครเก็บ                    ผีฝาก พระเอย
                ผีจักเท้งที่โพล้                        ที่เพล้ใครเผา
                ๏ พระเนานัคเรศอ้า                 เอองค์
                ฤๅบ่มีใครคง                          คู่ร้อน
                จักริจักเริ่มรงค์                        ฤๅลุ แล้วแฮ
                พระจักขุ่นจักข้อน                    จักแค้นคับทรวง
                ๏ พระคุณตวงเพียบพื้น           ภูวดล
                เต็มตรลอดแหล่งบน               บ่อนใต้
                พระเกิดพระก่อชนม์               ชุบชีพ มานา
                เกรงบ่ทันลูกได้                      กลับเต้าตอบสนอง ฯลฯ